คำเตือนสุดท้ายถึงทักษิณและเพื่อไทย ก่อนอับปาง

คำเตือนสุดท้ายถึงทักษิณและเพื่อไทย ก่อนอับปาง

คำเตือนสุดท้ายถึงทักษิณและเพื่อไทย ก่อนอับปาง

 
 
 

 

 

 

 

 

******

***********

**********************

90 ปีล้างหนี้หมด
แม่ลูกจันทร์29 พ.ค. 2563 05:11 น.
 

การเปิดประชุมสภาฯ พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินด่วนฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท บรรยากาศเรียบร้อยผสมง่วง เหงาหาวนอน

ถึงขั้นสัปหงกสลับฉาก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เจ้าของฉายา “นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” อภิปรายเปิดฟลอร์ถึง ความจำเป็นที่รัฐบาลต้องกู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท

เนื่องจากวิกฤติโควิด ทำให้คนว่างงานสูงขึ้นถึงหนึ่งล้านคน

ทำให้รายได้ประเทศหดหายไปถึง 928,000 ล้านบาท

แต่งบรายจ่ายปกติของรัฐบาลไม่พอเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูเศรษฐกิจเร่งด่วน

รัฐบาลจึงต้องใช้ทางเลือกสุดท้าย ...คือกู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท

นายกฯลุงตู่ ยอมรับกลางสภาฯว่าการกู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท จะทำให้สัดส่วนหนี้ประเทศไทยบานฉ่ำไปถึง 59.96 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

อีกไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์หนี้ประเทศไทยจะทะลุเพดาน

รัฐบาลสัญญาว่าจะใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท อย่างโปร่งใสคุ้มค่าที่สุด

แต่ “ลุงตู่” ไม่ยอมเปิดไต๋ว่า รัฐบาลมีแผนชำระหนี้เงินกู้อย่างไร??

และจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะชำระหนี้หมด??

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าประเด็น นายกฯลุงตู่ ขยันกู้และขยันก่อหนี้ เป็นประเด็นรวมฮิตที่ ส.ส.ฝ่ายค้านหยิบมาฉายซํ้ามากที่สุด

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ พรรคเพื่อไทย แฉกลางสภาฯว่า ตั้งแต่ยึดอำนาจจนถึงปัจจุบัน “พล.อ.ประยุทธ์” สร้างหนี้เป็นมรดกประเทศไทยไปแล้ว 2.66 ล้านล้านบาท

เมื่อรวมกับเงินกู้ฉุกเฉินลอตใหม่อีก 1 ล้านล้านบาท

เท่ากับนายกฯลุงตู่ กู้อีจู้ไปแล้ว 3.66 ล้านล้านบาท

บวกกับรัฐบาลต้องกู้เงินชดเชยงบประมาณขาดดุลปี 2564 อีก 500,000 ล้านบาท

หนี้ประเทศยุคลุงตู่จะก้อนโตเป็นภูเขาเลากาถึง 4.185 ล้านล้านบาท!!

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดไส้ในแผนผ่อนชำระหนี้เงินกู้ของรัฐบาล กำหนดไว้ปีละ 48,000 ล้านบาท

คำนวนแล้วจะต้องใช้เวลายาวนานถึง 90 ปี จึงจะผ่อนใช้หนี้กว่า 4 ล้านล้านบาทหมด

เรียกว่าตายแล้วเกิดใหม่แล้วตายอีกครั้งยังใช้หนี้ไม่เสร็จ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ดาวรุ่งสภาฯรุ่นใหม่ กระชุ่นเตือน “ลุงตู่” อย่าเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของเงิน 1 ล้านล้านบาท

เพราะเงิน 1 ล้านล้านบาท เป็นเงินแผ่นดิน เป็นของประชาชน และเป็นหนี้ที่ประชาชนชาวไทยทุกคนต้องแบกหนี้ก้อนนี้ที่ นายกฯลุงตู่ เป็นคนก่อ

ส.ส.วิโรจน์ ย้ำว่าความบกพร่องอย่างสำคัญของรัฐบาลคือ การจ่ายเงินเยียวยาลูกจ้างแรงงานที่เดือดร้อนแสนสาหัสล่าช้าอืดอาดสับสนยุ่งยากสารพัดอย่าง

พี่น้องคนยากจนหาเช้ากินค่ำ เมื่อต้องตกงานไม่มีรายได้มีแต่รายจ่าย รัฐบาลจำเป็นต้องจ่ายเงินเยียวยาด่วนที่สุด

แต่ระบบคัดกรอง (เอไอ) ของกระทรวงการคลังห่วยแตก

กว่าคนเดือดร้อนจะได้เงินเยียวยาจากรัฐบาลต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปเดือนกว่า

จนถึงวันนี้...ก็ยังจ่ายเงินเยียวยาไม่จบ

อุตส่าห์ออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วน... ดันแจกเงินช้าซะอีก.

"แม่ลูกจันทร์"

https://www.thairath.co.th/news/politic/1855668

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

2 ความเห็น

 
ICT

อ่านเกม เพื่อไทย กรณี เลือกตั้ง “ลำปาง” สัญญาณ การเมือง

https://www.khaosod.co.th/analysis-today-politics/news_4215815

29 พ.ค. 2563 - 00:50 น.
 
 
 

คอลัมน์ วิเคราะห์การ : เมืองอ่านเกม เพื่อไทย กรณี เลือกตั้ง “ลำปาง” สัญญาณ การเมือง

การไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งของ นายพินิจ จันทรสุรินทร์ เป็น “คำถาม”

ไม่เพียงเป็นคำถามต่อ นายพินิจ จันทรสุรินทร์ ไม่เพียงเป็นคำถามต่อพรรคเพื่อไทย หากยังเป็นคำถามถึงปัจจัย “อื่น” ในทางการเมือง

เป็นแบบเดียวกับกรณีของ นายวราเทพ รัตนากร หรือไม่

หากเป็นแบบเดียวกับกรณีของ นายวราเทพ รัตนากร แห่งจังหวัดกำแพงเพชร ก็สะท้อนให้เห็นว่ากลไกอำนาจรัฐแผ่พลานุภาพออกไปกว้างไกล

เป้าหมายยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทยไม่แปรเปลี่ยน

กรณี นายพินิจ จันทรสุรินทร์ สะท้อนสภาวะ “ภายใน” เพื่อไทยออกมา

อาการงุนงงของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สะท้อน ให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของ นายพินิจ จันทรสุรินทร์ นอกจากเร้นลับแล้วยังมีลักษณะปิดงำ

มาเปิดความจริงเอาก็เมื่อถึง “ตอนจบ”

ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยถือว่ามีอิทธิพลอยู่ใน ภาคเหนือ ทั้งๆ ที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ก็เป็น ส.ส.เชียงใหม่ มีภารธุระเข้ามารับผิดชอบพรรคเพื่อไทย

 

กระนั้น นายพินิจ จันทรสุรินทร์ ยังไม่เกรงใจ

ต้องยอมรับว่านอกจาก “อีสาน” แล้ว ฐานของ พรรคเพื่อไทยคือ “เหนือ”

ไม่เพียงเพราะภาคเหนือเป็นถิ่นกำเนิดของ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

“ลำปาง” ก็เป็นส่วนหนึ่งของ “ภาคเหนือ”

เพียงเพราะเหตุผลต้องการสมัครรับเลือกตั้ง เป็นนายกอบจ. ไม่น่าจะทำให้ นายพินิจ จันทรสุรินทร์ จะต้องสำแดงอาการ “พลิ้ว” ทางการเมืองถึงเพียงนี้

เท่ากับไม่เกรงใจพรรคเพื่อไทยเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นอาการจาก นายพินิจ จันทรสุรินทร์ แล้วมองเห็นอะไรตามมา

มิได้แปลกใจกับการที่ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นัดพบ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นายภูมิธรรม เวชยชัย แล้วบังเกิด “กลุ่มแคร์”

นี่คือสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงจากพรรคเพื่อไทย

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
3 ส

เพื่อไทย

02

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0