พอเพื่อนมนุษย์ตายกลับพูดทับถม????

พอเพื่อนมนุษย์ตายกลับพูดทับถม????

 

 

"ขอไม่ #saveวันเฉลิม นะคะ เพราะพี่ #saveพี่เตี้ย ไปแล้ว" นี่คือคำพูดของอีอุ๊บ วิริยะ ก่อนอื่น ขอกล่าวในฐานะกะเทยรุ่นลูกค่ะ ไม่มีใครขอร้องให้มึงเซฟวันเฉลิม มึงจะเซฟพี่เตี้ยก็เรื่องของมึง ขอย้ำอีกทีค่ะ ดิชั้นมีหมา รักหมา และคงเสียใจถ้าหมาถูกทำร้าย แต่ความเสียใจของมึงไม่ควรต้องทำให้มึงลดความมีมนุษยธรรมต่อเพื่อนมนุษย์คนอื่น ไม่ทราบถูกเลี้ยงให้โตมาเป็นกะเทยแบบไหน ถึงมีความคิดระยำตำบอนแบบนี้ ขอไม่นับถือค่ะ ไม่ใช่แค่ไม่นับถือในฐานะกะเทยดอกทองรุ่นแม่ แต่ขอไม่นับถือในความไม่มีมนุษยธรรมของมึง วันๆ เล่าถึงความทุกข์ระทมของหมา อีห่าราก แต่พอเพื่อนมนุษย์ตายกลับพูดทับถม อีจัญไร

 

 

เดือนมกราคม ปี 2003 (2546) ดิชั้นเพิ่งกลับจากเรียนจบที่ประเทศอังกฤษได้ไม่นาน กระทรวงต่างประเทศให้ดิชั้นไปเป็นเจ้าหน้าที๋โต๊ะกัมพูชา ทำงานได้ 3 เดือน ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปกรุงพนมเปญร่วมกับคณะของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อไปเจรจาเรื่องการจัดทำข้อตกลงการค้าอะไรสักอย่าง จำไม่ได้ งานของกระทรวงจะเป็นแบบนี้ ข้าราชการตัวเล็กต้องเดินทางไปเตรียมงานก่อน เจรจาก่อน ร่างเอกสารก่อน พอเสร็จปุ๊ป รัฐมนตรีถึงเดินทางมาเซ็นเอกสารอย่างเดียว ดิชั้นเดินทางล่วงหน้าไป 3 วันเพื่อทำภารกิจดังกล่าว
...ไปถึงวันแรก ดิชั้นเริ่มแปลกใจว่าทำไมถึงมีข่าวสุวนันท์ คงยิ่ง ถูกเขมรด่าอย่างรุนแรง เขมรด่าว่า สุวนันท์บังอาจอ้างว่านครวัดควรเป็นของไทย คำพูดแบบนี้มันปลุกเร้าชาตินิยมเขมรมาก จนก่อให้เกิดการประท้วงหน้าสถานทูตไทยที่พนมเปญ พร้อมๆ ไปกับการประท้วงรอบเมืองโดยกลุ่มผู้ประท้วงจะขี่มอเตอร์ไซต์เป็นกลุ่มๆ ถือรูปสุวนันท์ประจานรอบเมืองเช่นกัน เบื้องลึกจริงๆ คือปัญหาการเมืองภายในของกัมพูชา แต่ใช้เทคนิคของการสร้างความขัดแย้งข้ามชาติ เพื่อปัดความสนใจของประชาชนไปสู่ความขัดแย้งนอกประเทศ
...ระวังที่ดิชั้นพักอยู่ที่พนมเปญ การประท้วงเริ่มรุนแรงขึ้น วันที่ 2 เป็นวันสุดท้ายที่ดิชั้นเข้าไปที่สถานทูต โชคดีที่การทำงานส่วนใหญ่ของดิชั้นอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา ท่านทูตขอให้พวกเราอย่าเข้ามาสถานทูตเพราะตอนนั้นถูกปิดล้อมไว้หมดแล้ว แม่เจ้า พอวันที่ 3 สถานทูตถูกเผาราบเป็นหน้ากอง แค่นั้นไม่พอ ผู้ประท้วงเขมรจงใจทำลายทรัพย์สินและธุรกิจของคนไทยในพนมเปญด้วย เช่น โรงแรม ร้านค้าต่างๆ มีการทำร้ายคนไทยด้วย คณะเราถูกสั่งให้ย้ายไปพักที่โรงแรม Intercontinental เพราะไม่ได้เป็นของคนไทย เรานั่งดูข่าวทางทีวี ตอนนั้น เขมรกำลังประกาศสภาวะฉุกเฉิน แต่มันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คุณอดิศัย โพธารามิก รมว พาณิชย์ กำลังเดินทางมาถึงพนมเปญเพื่อลงนามในข้อตกลง เราได้รับโทรศัพท์บอกว่าให้รีบเก็บของแล้วไปสนามบิน เพราะจะได้บินกลับด้วยเครื่องบินของคุณอดิศัยที่กำลังจะมาถึง เรารีบนั่งแท็กซี่ตรงไปสนามบิน เชื่อหรือไม่ พอไปถึง เราได้แจ้งว่า เครื่องบินลงจอดได้ไม่นาน ก็รีบบินกลับ เพราะตอนนั้นเขมรประกาศเคอร์ฟิวแล้ว รีบกลับจนไม่มีเวลาเอากระเป๋าเดินทางของรัฐมนตรีกลับไปด้วย (คือเครื่องลงแล้ว กระเป๋าออกมาแล้ว แต่รีบบินออกเพราะกลัวไม่ได้บินออกอีก) และมีคำสั่งว่า เราต้องรอต่อไป ไม่รู้ได้กลับไทยเมื่อไหร่ แถมต้องดูแลกระเป๋าของรัฐมนตรีด้วย ไอ้เห้ย
...ดิชั้นถูกบังคับให้นั่งแท็กซี่กลับโรงแรมพร้อมกระเป๋าเดินทางจำนวนมาก ระหว่างทาง ถูกกลุ่มผู้ประท้วงที่เริ่มปิดถนนแล้ว เดินถามตามรถแต่ละคันว่ามีคนไทยไหม ดิชั้นต้องปดไปว่าดิชั้นเป็นคนสิงคโปร์ เหตุการณ์น่ากลัวมาก กลับถึงโรงแรมแบบสิ้นหวัง จนกระทั่งหลายชั่วโมงต่อมา พ่อแม้วประกาศจะเอา C130 มารับ พอเช้ามืด เราก็เดินทางไปสนามบินทหาร มีรถถังนำหน้ารถเขาพวกเรา เพราะกลัวผู้ประท้วงจะทำร้ายพวกเรา เราถูกยัดใส่ C130 ที่แน่นเป็นปลากระป๋อง กลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ ที่เล่านี่คือต้องการบอกว่า ถ้าไม่ได้พ่อแม้ว ดิชั้นคงเป็นนักการทูตสาวที่ถูกชาวกัมพูชาข่มขืนตายคากรุงพนมเปญค่ะ  1609

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1

1 ความเห็น

 
3 ส

ท่านทักษิณ

คารวะ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1